KNK STORE ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพพรีเมี่ยม ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ChatGPTImage15ก

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมหลังจากขับรถติดต่อกันเป็นเวลานานจึงรู้สึกปวดต้นคอ ตึงบ่า หรือเมื่อยบริเวณฐานกะโหลก ทั้งที่ตลอดการเดินทางก็นั่งพิงเบาะและไม่ได้ก้มหน้าทำงานเหมือนตอนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

ความจริงแล้ว การนั่งพิงเบาะไม่ได้หมายความว่าศีรษะและต้นคอจะได้รับการรองรับอย่างเหมาะสมเสมอไป เพราะรูปร่างของผู้ขับขี่ ตำแหน่งเบาะ ระยะห่างจากพวงมาลัย มุมของพนักพิง และช่องว่างบริเวณหลังคอของแต่ละคนแตกต่างกัน หากปรับส่วนใดส่วนหนึ่งไม่เหมาะสม กล้ามเนื้อคอและบ่าอาจต้องออกแรงประคองศีรษะอยู่ตลอดการเดินทางโดยที่เราไม่รู้ตัว

นั่งพิงเบาะแล้ว ทำไมต้นคอยังเมื่อยได้?

ChatGPT Image 15 ก.ค. 2569 10_54_21

ระหว่างขับรถ ร่างกายไม่ได้อยู่ในภาวะผ่อนคลายเหมือนตอนนั่งพักทั่วไป ผู้ขับขี่ต้องมองถนน หมุนพวงมาลัย เหยียบคันเร่งและเบรก รวมถึงคอยสังเกตกระจกและสภาพแวดล้อมรอบตัวตลอดเวลา

หากตำแหน่งเบาะไม่สอดคล้องกับรูปร่างของผู้ขับขี่ ศีรษะอาจเคลื่อนไปด้านหน้าเล็กน้อย ไหล่อาจยกขึ้น หรือแผ่นหลังอาจไม่แนบกับพนักพิงอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อต้องอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกตึงและล้าได้

1. ศีรษะยื่นไปด้านหน้า

เมื่อเบาะอยู่ห่างพวงมาลัยเกินไป หรือผู้ขับขี่ต้องเพ่งมองถนน ศีรษะอาจยื่นไปด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้กล้ามเนื้อด้านหลังคอต้องช่วยประคองศีรษะต่อเนื่อง

2. หลังคอมีช่องว่างจากเบาะ

แม้ศีรษะหรือแผ่นหลังจะสัมผัสกับเบาะ แต่ส่วนโค้งบริเวณต้นคออาจยังลอยอยู่ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเหมือนไม่มีจุดพักคอที่พอดีกับสรีระของตนเอง

3. พนักพิงเอนมากเกินไป

พนักพิงที่เอนมากอาจทำให้ต้องยกหรือยื่นศีรษะขึ้นเพื่อมองถนน ส่วนพนักพิงที่ตั้งตรงเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกเกร็ง จึงควรปรับให้หลังและไหล่สัมผัสเบาะได้อย่างเป็นธรรมชาติ

4. อยู่ในท่าเดิมนานเกินไป

ต่อให้เริ่มต้นด้วยท่านั่งที่สบาย การขับรถเป็นเวลานานโดยแทบไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถก็อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดความล้าและข้อต่อรู้สึกติดตึงได้

พนักพิงศีรษะในรถ ไม่ได้มีหน้าที่เป็นหมอนรองคอโดยตรง

ส่วนที่หลายคนเรียกว่า “หมอนรองศีรษะ” บนเบาะรถยนต์นั้น แท้จริงแล้วมีบทบาทสำคัญด้านความปลอดภัย โดยช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของศีรษะเมื่อเกิดแรงกระแทก โดยเฉพาะการชนจากด้านหลัง จึงควรปรับความสูงและระยะให้เหมาะกับศีรษะของผู้ขับขี่อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม รูปทรงของพนักพิงศีรษะในรถแต่ละรุ่นอาจไม่สามารถรองรับส่วนเว้าบริเวณต้นคอของผู้ขับขี่ทุกคนได้อย่างพอดี บางคนนั่งแล้วศีรษะถูกดันไปข้างหน้า ขณะที่บางคนกลับมีช่องว่างระหว่างต้นคอกับเบาะค่อนข้างมาก จึงยังเกิดความเมื่อยล้าได้แม้จะนั่งพิงอยู่ตลอด

จุดที่ควรสังเกตไม่ใช่เพียงว่าศีรษะแตะเบาะหรือไม่ แต่ควรดูด้วยว่าเมื่อนั่งในท่าขับรถตามปกติ ศีรษะอยู่ในแนวสมดุลกับลำตัวหรือไม่ ไหล่ผ่อนคลายหรือกำลังยกขึ้น และต้นคอต้องออกแรงเกร็งเพื่อมองตรงไปข้างหน้าหรือเปล่า

เช็กง่าย ๆ ว่าตำแหน่งรองรับคอเหมาะกับเราหรือยัง

ควรตรวจสอบท่านั่งในขณะที่รถจอดสนิทและอยู่ในบริเวณปลอดภัย โดยนั่งในตำแหน่งที่ใช้ขับรถจริง วางมือบนพวงมาลัยและมองตรงไปข้างหน้า จากนั้นลองสังเกตร่างกายของตัวเองตามรายการต่อไปนี้

เช็กลิสต์ตำแหน่งศีรษะ คอ และเบาะ
  • สะโพกและแผ่นหลังแนบกับเบาะ โดยไม่ไถลมาด้านหน้า
  • ไหล่ทั้งสองข้างผ่อนคลาย ไม่ยกหรือห่อไปด้านหน้า
  • ศีรษะอยู่เหนือแนวลำตัว ไม่ต้องยื่นคอเพื่อมองถนน
  • สามารถจับพวงมาลัยได้โดยข้อศอกยังงอเล็กน้อย
  • เหยียบแป้นเบรกหรือคลัตช์ได้โดยไม่ต้องยืดขาจนสุด
  • พนักพิงศีรษะอยู่ใกล้ด้านหลังศีรษะและมีระดับความสูงเหมาะสม
  • ต้นคอไม่รู้สึกถูกดันไปด้านหน้า หรือปล่อยลอยจนต้องเกร็งคอ

หากนั่งแล้วรู้สึกว่าคางเชิดขึ้น ศีรษะถูกดันมาด้านหน้า หรือคอต้องเกร็งเพื่อรักษาระดับสายตา แสดงว่าตำแหน่งของเบาะหรืออุปกรณ์รองรับอาจยังไม่เหมาะกับสรีระของคุณ

วิธีปรับเบาะรถให้ลดอาการเกร็งบริเวณต้นคอ

เริ่มจากเลื่อนสะโพกให้ชิดพนักพิง นั่งให้สะโพกเข้าไปด้านในของเบาะ ไม่ไถลตัวมาด้านหน้า เพราะเมื่อสะโพกเลื่อนออกจากพนักพิง แผ่นหลังจะโค้งและศีรษะมีแนวโน้มยื่นไปข้างหน้าตามไปด้วย
ปรับระยะห่างจากพวงมาลัยและแป้นเหยียบ ระยะที่เหมาะสมควรทำให้สามารถเหยียบเบรกได้เต็มที่โดยเข่ายังงอเล็กน้อย และจับพวงมาลัยได้โดยไม่ต้องยืดแขนหรือยกไหล่
ปรับพนักพิงให้หลังและไหล่ได้รับการรองรับ ไม่ควรเอนเบาะมากจนต้องยื่นศีรษะขึ้นมามองถนน และไม่ควรตั้งชันจนรู้สึกว่าร่างกายถูกดันไปด้านหน้า เลือกมุมที่ช่วยให้แผ่นหลังและไหล่สัมผัสเบาะได้อย่างผ่อนคลาย
ปรับพนักพิงศีรษะก่อนเสริมหมอนรองคอ พนักพิงศีรษะควรอยู่ใกล้ด้านหลังศีรษะและมีระดับความสูงสอดคล้องกับศีรษะของผู้ใช้งาน ไม่ควรปรับลงต่ำเพียงเพื่อให้วางหมอนรองคอได้สะดวก
ปรับกระจกหลังจากจัดท่านั่งเรียบร้อยแล้ว เมื่อกระจกถูกปรับตามท่านั่งที่เหมาะสม เราจะสังเกตได้ง่ายขึ้นหากระหว่างทางเริ่มไถลตัว ยื่นคอ หรือกลับไปนั่งในท่าที่ทำให้ร่างกายเกร็ง

หมอนรองคอช่วยได้อย่างไร และควรวางตรงไหน?

สำหรับผู้ที่มีช่องว่างระหว่างต้นคอกับเบาะ การใช้หมอนรองคอที่มีรูปทรงเหมาะสมอาจช่วยเพิ่มจุดสัมผัสและทำให้ต้นคอรู้สึกได้รับการรองรับมากขึ้น โดยเฉพาะในรถหรือเก้าอี้สำนักงานที่ไม่มีส่วนโค้งรองรับบริเวณดังกล่าว

หมอนควรอยู่บริเวณส่วนเว้าหลังคอ ไม่ควรวางสูงจนดันศีรษะไปข้างหน้า หรือวางต่ำจนกลายเป็นการดันเฉพาะช่วงบ่า ก่อนใช้งานจริงควรลองติดตั้งและทดสอบท่านั่งขณะรถจอด เพื่อดูว่าสามารถมองตรง หมุนศีรษะ และควบคุมรถได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือไม่

ข้อควรจำ: หมอนรองคอควรเป็นตัวช่วยเติมจุดรองรับ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่บังคับให้คออยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง หากใช้แล้วรู้สึกว่าคางถูกดันลง ศีรษะยื่นไปด้านหน้า หรือหมุนคอได้ลำบาก ควรปรับตำแหน่งหรือหยุดใช้งาน

อย่าลืมเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการเดินทาง

แม้จะจัดท่านั่งและจุดรองรับได้เหมาะสมแล้ว การอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันนาน ๆ ก็ยังทำให้รู้สึกเมื่อยได้ หากเป็นการเดินทางไกล ควรแวะพักในสถานที่ปลอดภัย ลุกเดิน ขยับไหล่ และเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ แทนการฝืนขับรถต่อทั้งที่เริ่มปวดหรือง่วงล้า

ในกรณีที่ใช้กับเก้าอี้สำนักงาน ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน ปรับหน้าจอให้อยู่ตรงหน้า และหลีกเลี่ยงการยื่นศีรษะเข้าไปใกล้หน้าจอติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะหมอนรองคอไม่สามารถทดแทนการจัดโต๊ะทำงานและท่านั่งที่เหมาะสมได้ทั้งหมด

ตัวช่วยเพิ่มความสบายระหว่างนั่ง

ANOMEO หมอนรองคอทรงกระดูก รุ่น “Dog Bone” Shape Car Neck Support Pillow

หมอนรองคอจากแบรนด์ ANOMEO ประเทศอังกฤษ ออกแบบเป็นรูปทรง Dog Bone ที่มีส่วนโค้งสำหรับรองรับบริเวณต้นคอ สามารถใช้ได้กับเบาะรถยนต์หรือเก้าอี้สำนักงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับรถ นั่งทำงาน หรืออยู่ในท่านั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

  • ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อเพิ่มจุดรองรับบริเวณศีรษะ คอ หลัง หรือขาตามลักษณะการใช้งาน
  • ใช้เมมโมรี่โฟมคุณภาพสูง รองรับตามรูปทรงของร่างกายและคืนตัวได้
  • โครงสร้างโค้งมน ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างการขับรถหรือนั่งทำงาน
  • น้ำหนักเบา สามารถพกพาและย้ายไปใช้กับเก้าอี้ตัวอื่นได้สะดวก
  • วัสดุเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ปลอกหมอนไมโครสัมผัสนุ่มและยืดหยุ่น สามารถถอดออกเพื่อซักทำความสะอาดได้

รูปทรงของหมอนช่วยเติมช่องว่างบริเวณหลังคอได้โดยไม่ต้องใช้หมอนใบใหญ่ แต่ผู้ใช้งานควรปรับตำแหน่งให้เหมาะกับความสูง รูปร่าง และเบาะของตนเอง เพื่อไม่ให้หมอนดันศีรษะออกจากแนวธรรมชาติ

ปวดต้นคอแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้? หากมีอาการปวดรุนแรงหลังเกิดอุบัติเหตุ ปวดร้าวลงแขน มีอาการชา แขนหรือมืออ่อนแรง เคลื่อนไหวคอได้ลำบาก หรือมีอาการต่อเนื่องไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ หมอนรองคอเป็นเพียงตัวช่วยเพิ่มความสบาย ไม่สามารถทดแทนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาได้

สรุป: นั่งพิงเบาะอย่างเดียว อาจยังรองรับต้นคอไม่เพียงพอ

อาการปวดต้นคอหลังขับรถนานอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ตั้งแต่ระยะห่างของเบาะ มุมพนักพิง ตำแหน่งพวงมาลัย การยื่นศีรษะไปด้านหน้า ไปจนถึงช่องว่างบริเวณหลังคอ การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากปรับท่านั่งและพนักพิงศีรษะให้เหมาะสมก่อน แล้วจึงเลือกอุปกรณ์รองรับที่เข้ากับสรีระของตนเอง

สำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือนั่งทำงานเป็นเวลานาน ANOMEO หมอนรองคอทรง Dog Bone เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับเพิ่มจุดรองรับบริเวณต้นคอ พร้อมเมมโมรี่โฟมและปลอกสัมผัสนุ่มที่ถอดซักได้ ช่วยให้การนั่งในแต่ละวันรู้สึกสบายยิ่งขึ้น